การปรับปรุงภูมิทัศน์ต้องสอดคล้องกับวัฒนธรรมและชุมชน

ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งทางรูปธรรมและนามธรรมอันเป็นสิ่งที่ผู้คนในกลุ่มถือร่วมกัน และได้กระทำต่อสภาพแวดล้อมภูมิประเทศ เพื่อสร้างความเจริญงอกงามและพัฒนาสังคมของมนุษย์ แบ่งได้เป็น ๓ ประเภท ได้แก่ ภูมิทัศน์ซึ่งได้ออกแบบและสร้างสรรค์โดยมนุษย์ เช่น สวน สวนสาธารณะ ภูมิทัศน์ที่มีวิวัฒนาการอันเป็นผลสืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ การปกครอง ศาสนา ความเชื่อ เช่น กำแพงเมืองจีน และภูมิทัศน์ที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม หรือองค์ประกอบทางธรรมชาติ ดังนั้นการจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรม จึงต้องสอดคล้องกับธรรมชาติและวัฒนธรรมของชุมชนนั้น

การพัฒนาเมืองที่มุ่งเน้นทางด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก

และให้ความสำคัญต่อการก่อสร้างอาคาร และโครงสร้างประเภทต่างๆ มากขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเจริญเติบโตของเมืองที่ทันสมัยต่อสภาพภูมิทัศน์ของเมือง รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ การอนุรักษ์ภูมิทัศน์วัฒนธรรมในประเทศไทยได้ถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิดการจัดการเพื่อให้เกิดความเหมาะสมระหว่างวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อม โดยลักษณะภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์มีความเชื่อมโยงกับการตั้งถิ่นฐานบริเวณแหล่งน้ำตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ยุคอารยธรรมเขมร สมัยสุโขทัย และอาณาจักรอยุธยาที่มีการเปลี่ยนแปลงจากภูมิทัศน์แบบธรรมชาติขยายตัวเป็นภูมิทัศน์แบบเมืองมากยิ่งขึ้น โดยมีสภาพชีวิตในการพึ่งพาอาศัยคลองเป็นหลัก

ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์มีการพัฒนาของบ้านเมืองโดยการแบ่งแยกเขตเมืองและชนบทออกจากกันซึ่งมีปริมาณความหนาแน่นของประชากรต่างกันอย่างชัดเจน ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญเพื่อให้รอดพ้นจากการล่าอาณานิคม มีการขยายตัวของเมืองและตัดถนสายต่างๆ กรุงเทพจึงหมดสภาพความเป็นเมืองน้ำ ประกอบกับการทำสนธิสัญญาบาวริ่งที่ส่งผลต่อการผลิตเพื่อการแลกเปลี่ยนสินค้าส่งออก เช่น ข้าว ไม้สัก ดีบุก และยางพารา ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองและการพัฒนาบ้านเมืองช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง นำไปสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

วัตถุประสงค์ของการจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรม

คือ การรักษาคุณค่าและความสำคัญภูมิทัศน์วัฒนธรรมให้คงอยู่และยั่งยืน สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและะวัฒนธรรมของสังคมในปัจจุบัน เพื่อให้ได้ข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์ วางแผน ดำเนินการรักษาคุณค่าและความสำคัญ เพื่อประโยชน์ของการดำรงอยู่อย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความตระหนักในคุณค่า ความสำคัญ และการมีส่วนร่วมของสมาชิกในสังคม สำหรับแนวคิดในการจัดการพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมต้องคำนึงถึง ความยั่งยืนดั้งเดิมที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่ การดำเนินการต่อไปของประโยชน์ใช้สอยและวิถีชีวิตในปัจจุบันของชุมชน

การปรับปรุงภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน

philippines-landscape-park-218365  ปัจจุบันธรรมชาติถูกทำลายลงอย่างมากจึงหันมาให้ความสำคัญในการปรับปรุงภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด การจัดสวนก็มีคุณค่ามากขึ้นทั้งในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ การจัดว่างผังเมือง การกำหนดพื้นที่สีเขียว การกำหนดเขตอุตสาหกรรมและเขตที่อยู่อาศัย การจัดสวนไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ต้องนึกถึงเสมอว่าต้องออกแบบให้มีความสำพันธ์กับสภาพแวดล้อม สภาพพื้นที่และให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้คนในสังคมนั้นๆ

การจัดสวนจึงไม่ใช่เป็นงานที่ทำลายสภาพแวดล้อม  แต่เป็นงานที่ต้องเสริมสร้างสภาพแวดล้อมของส่วนรวมให้ดีขึ้น จัดสวนไม่ใช่เพียงแค่การปลูกต้นไม้เพียงอย่างเดียวหากต้องทำให้เกิดความงาม  บันดาลความสุขให้เกิดขึ้นในจิตใจและอารมณ์ของผู้คน สอดคล้องกับความต้องการด้านสภาพความเป็นอยู่และการทำกิจกรรมต่างๆของผู้เข้าไปใช้สวนอีกด้วย ประโยชน์ของการจัดสวน การจัดสวนทำให้พื้นที่สะอาด  อากาศบริสุทธิ์  ควบคุมระดับอุณหภูมิ  แสงแดด  ให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมกับความต้องการ การจัดสวนช่วยให้เกิดความสุขทางด้านจิตใจ  เพราะได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติและพืชพรรณ การจัดสวนเป็นการช่วยลดมลภาวะต่างๆ  เช่น  เสียงรบกวน  ฝุ่น  ลม  แสงแดด  ด้วยการออกแบบมาควบคุม  เพราะการจัดสวนเป็นการควบคุมและสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมน่าอยู่ การจัดสวนทำให้เกิดการดูแลพื้นที่อย่างดี   มีขอบเขตแน่นอนให้ความปลอดภัยในการใช้พื้นที่

สภาพแวดล้อมในปัจจุบันถูกทำลายมากขึ้นทุกวัน เราควรหันมาดูแลเอาใจใส่สภาพแวดล้อมให้มากขึ้นเพื่อเก็บไว้ให้คนรุ่นหลังต่อไป