ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจซึ่งสามารถแบ่งแยกย่อยลงไปได้อีก

การประกันรถยนต์นั้นสามารถแบ่งประเภทออกมาได้สองประเภทคือประกันรถยนต์ภาคบังคับ หรือพรบ. และประกันรถยนต์ภาคสมัครใจซึ่งสามารถแบ่งแยกย่อยลงไปได้อีกเป็นการประกันรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นหนึ่ง การประกันรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นสอง การประกันรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นสาม และการประกันรถยนต์ภาคสมัครใจแบบพิเศษ หรือการประกันรถยนต์ภาคสมัครใจแบบบวก มีรูปแบบย่อยสองรูปแบบก็คือการประกันรถยนต์ภาคสมัครใจแบบชั้นสองบวกและการประกันรถยนต์ภาคสมัครใจแบบชั้นสามบวก ซึ่งการประกันรถยนต์ภาคสมัครใจทั้งห้ารูปแบบนี้ (การประกันรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นหนึ่ง ชั้นสอง ชั้นสองบวก ชั้นสาม และชั้นสามบวก) เป็นการประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองความเสียหายมากกว่าการประกันรถยนต์ภาคบังคับทั้งสิ้น แต่นั่นก็หมายความว่าท่านจะต้องเสียค่าเบี้ยประกันรถยนต์สำหรับการประกันรถยนต์ภาคสมัครใจมากขึ้นกว่าการเสียค่าเบี้ยประกันรถยนต์สำหรับการประกันรถยนต์ภาคบังคับเช่นกัน โดยจำนวนเงินที่ท่าจะจ้องเสียเพื่อเป็นค่าเบี้ยประกันรถยนต์รูปแบบต่างๆนั้นจะแตกต่างกันตามขอบข่ายครอบคลุมความเสียหายและจำนวนวงเงินประกันความเสียหายที่จะได้รับจากบริษัทประกันรถยนต์ที่ท่านจัดทำประกันรถยนต์ไว้ด้วย ยิ่งขอบเขตความคุ้มครองความเสียหายกว้าง ครอบคลุมความเสียหายที่หลากหลายมาก เงินชดเชยในกรณีที่เกิดความเสียหายมีจำนวนมาก เบี้ยจะแพง

การประกันรถยนต์นั้นเป็นบริการประกันรถยนต์จากบริษัทประกันรถยนต์หรือบริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการประเภทประกันภัยรถ มีกฎข้อบังคับให้มีการจัดทำประกันรถยนต์หรือการประกันภัยรถชนิดต่างๆที่เหมาะสมกับรถที่ท่านใช้งาน โดยเป็นไปตามข้อกำหนดในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถพ.ศ.๒๕๓๕ หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆดังกล่าว หรือไม่ฝ่าฝืนไม่มีการจัดทำประกันรถยนต์โดยตั้งใจ จะมีความผิดตามกฎหมายและต้องโทษปรับและหรือจำคุก ดังนั้นท่านผู้ที่มีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของรถยนต์ต่างๆจึงควรที่จะวางแผนและเลือกสรรประกันรถยนต์ที่ตรงตามความต้องการต่างๆของท่าน เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่าท่านจะได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่และคุ้มค่าเมื่อถึงเวลาที่ท่านจะต้องใช้งานการประกันรถยนต์นั้นๆที่ท่านได้มีการจัดทำ แม้ว่าจะไม่มีใครต้องการใช้บริการความคุ้มครองจากประกันรถยนต์โดยที่ไม่จำเป็นเพราะการที่ต้องใช้บริการประกันรถยนต์ก็จะหมายถึงว่ามีการเกิดเหตุความเสียหายใดๆเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดความเสียหายขึ้นกับสุขภาพ ร่างกาย หรือชีวิตของใครก็ตามที่ต้องประสบกับผลกระทบของเหตุการณ์ต่างๆนั้น หรือเกิดความเสียหายขึ้นกับทรัพย์สินของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินของผู้เป็นเจ้าของรถยนต์นั้นๆเองหรือทรัพย์สินของคู่กรณีก็ตาม

สิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืนสำหรับอาเซียน

แนวคิดเรื่องเมืองน่าอยู่ของอาเซียน ได้ริเริ่มขึ้นครั้งแรกในการประชุมเรื่องกรอบแนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืนสำหรับอาเซียน (Framework on Environmentally Sustainable Cities for ASEAN) ที่ประเทศสิงคโปร์ ปี พ.ศ.2546 ที่ประชุมได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้สมาคมอาเซียนมุ่งสู่ความเป็นเมืองที่มีความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม จากวิสัยทัศน์ในการประชุมครั้งนั้น ได้นำมาสู่ปฎิบัติการทำเมืองที่มีความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมในเมืองต่างๆ ทั่วภูมิภาคอาเซียน ในปี พ.ศ.2554 สมาคมอาเซียนได้มีการคัดเลือกเมืองต่างๆ จาก 10 ประเทศที่มีศักยภาพในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังเป็นระบบและต่อเนื่อง เข้ารับรางวัลอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน เพื่อแสดงให้เห็นถึงประสบการณ์อันหลากหลายและรูปแบบในการเจริญเติบโตของเมืองและการรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภายใต้กรอบการดำเนินงานของแต่ละเมืองที่สามารถรักษาสิ่งแวดล้อมและความเป็นเมืองน่าอยู่ไว้ได้ ถึงแม้ว่าจะมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม สำหรับประเทศที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ประกอบด้วย 10 เมืองจาก 10 ประเทศ ได้แก่

โครงการเคหะแห่งชาติ Rimba ประเทศบรูไน ที่ซึ่งผู้คนประมาณ 20,000 คนที่อาศัยในโครงการเคหะแห่งนี้มีความสุขกับมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ทันสมัย สิ่งแวดล้อมที่สะดวกสบายและคงไว้ซึ่งคุณค่า วัฒนธรรมและประเพณีของประเทศบรูไน

กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา มีความเป็นเมืองมาตั้งแต่ยุคอาณานิคมฝรั่งเศสแต่ถูกทำลายเนื่องจากสงครามกลางเมือง ปัจจุบันกรุงพนมเปญได้ฟื้นฟูเป็นเมืองที่มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี เช่น การปลูกต้นไม้สองข้างถนนเพื่อลดมลภาวะทางอากาศ

เมืองสุราบายา (Surabaya) ประเทศอินโดนีเซีย เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศอินโดนีเซีย ที่มีระบบสาธารณูปโภคอย่างครบครัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีพื้นที่สีเขียวมากถึง 20% ของพื้นที่ทั้งเมือง

เมืองซำเหนือ (Xamneua) ประเทศลาว เมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่นับพันปี ล้อมรอบด้วยป่าบริสุทธิ์ ชาวเมืองอยู่อาศัยอย่างกลมกลืนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เมืองเปรบาดานาน ปุตราจายา (Perbadanan Putrajaya) ประเทศอินโดนีเซีย วิสัยทัศน์ประจำเมืองคือ จากเมืองในสวนสู่เมืองสีเขียว คาร์บอนต่ำและเมืองอัจฉริยะ ที่มีความสมดุลในการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม

เมืองพินอูลวิน (Pyin Oo Lwin) ประเทศเมียนมาร์ เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งดอกไม้ โอบล้อมด้วยขุนเขาและพุทธสถาน

เมืองปวยร์โต-ปรินเซซา (Puerto Princesa) ประเทศฟิลิปปินส์ เมืองที่ยกย่องรูปแบบการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน รัฐบาลท้องถิ่นได้จัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่คุ้มครองและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อส่งผ่านความยั่งยืนไปสู่คนรุ่นต่อไป

เมืองดานัง (Danang) ประเทศเวียดนาม เมืองยุทธศาสตร์ ทางด้านเศรษฐกิจการเมืองของเวียดนาม มีลักษณะภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว

สภาพัฒนาชุมชนตะวันตกเฉียงใต้ (South West Community Development Council) ประเทศสิงคโปร์ มีพื้นที่ถึงหนึ่งในสามของเกาะสิงคโปร์ มุ่งสู่ความเป็นเมืองที่มีความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วยแผนปฎิบัติการด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน

ภูเก็ต ของประเทศไทย สมญานามไข่มุกแห่งอันดามัน ที่มุ่งสู่ความเป็นเมืองน่าอยู่จากนโยบายที่มุ่งให้ชาวเมืองมีความสุขด้วยความเป็นอยู่ที่ดี

สุดท้ายนี้เพราะเมืองน่าอยู่เป็นเรื่องของเราทุกคน ที่อยู่ในวิสัยที่พวกเราสามารถร่วมสร้างและเปลี่ยนแปลงได้ หลังจากจบบทความนี้ เราออกไปสำรวจ ค้นหาความน่าอยู่ ขบคิดและลงมือปฎิบัติทำให้เมืองที่เราอยู่อาศัยน่าอยู่ยิ่งขึ้นเถิด

น้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิตมนุษย์นอกเหนือจากการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน

19เมื่อประชากรโลกเพิ่มขึ้นการอุปโภคทรัพยากรเพื่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ย่อมเพิ่มขึ้นด้วย ผลตามมาจากการใช้ทรัพยากรประการหนึ่งคือเศษซากของใช้แล้วที่เรียกว่าขยะมูลฝอยที่นับวันเพิ่มปริมาณจนไม่อาจจัดเก็บออกจากชุมชนและทำลายได้ทันการ ดังเช่นในเขตกรุงเทพมหานคร นครเชียงใหม่ และเมืองใหญ่อื่น ๆ ของประเทศไทย มลภาวะจากขยะมูลฝอยนี้สร้างความสกปรก หมักหมมจนเกิดความอุจจาดทางสายตา ตลอดจนส่งกลิ่นรบกวน สร้างความรำคาญและหงุดหงิด ทั้งยังเป็นบ่อเกิดของเชื้อโรคและเขตแพร่กระจายโรคร้ายต่อไปได้ และหรือทำให้เกิดอัคคีภัยได้ ความเดือดร้อนรำคาญจากปริมาณขยะมูลฝอยจำนวนมหาศาลขณะนี้ ดังที่ผลการสำรวจของ พีเพิล เอฟเอ็ม สยามเรดิโอ เมื่อช่วงกลางปี 2539 เกี่ยวกับปัญหา มลพิษในประเทศไทย ได้พบว่าคนไทยรู้สึกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนเฉพาะหน้าคือ ปัญหาขยะมูลฝอยที่เพิ่มมากขึ้น สกปรกและอุจจาดอยู่ตามสาธารณะและกองขยะที่ไม่อาจจัดเก็บมาทำลายได้ทันการของเจ้าหน้าที่ในเขตเมืองต่าง ๆ

น้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิตมนุษย์ นอกเหนือจากการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันแล้ว น้ำยังมีบทบาทสูงในการรังสรรค์อารยะธรรมความมั่นคงและมั่งคั่งของสังคม  มนุษย์ชาติได้ประโยชน์มหาศาลจากทรัพยากรน้ำมาโดยตลอด  แต่ในปัจจุบันปัญหาการขาดแคลนน้ำ  และการเกิดมลพิษทางน้ำ ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ  เนื่องจากผู้ใช้น้ำส่วนใหญ่ขาดความรับรู้และจิตสำนึกรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้สถานการณ์ของทรัพยากรน้ำอาจเกิดปัญหาใหญ่ถึงขั้นวิกฤติ โดยเฉพาะในด้านการขาดแคลนน้ำทั้งนี้เนื่องจาก แนวโน้มที่จะเกิดภัยแล้งมากขึ้น น้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ มีคุณภาพลดลง การใช้น้ำฟุ่มเฟือยในกิจการต่าง ๆ อันได้แก่ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม การใช้น้ำในครัวเรือนและธุรกิจ บริการต่าง ๆ แหล่งกำเนิดน้ำเสียน้ำเสียจากชุมชนได้แก่ น้ำเสียที่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชน น้ำเสียนี้มีสกปรกในรูปของสารอินทรีย์สูง น้ำเสียจากอุตสาหกรรมได้แก่ น้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการอุตสาหกรรม ตั้งแต่ขั้น ตอนการล้างวัตถุดิบกระบวนการผลิตจนถึงการทำความสะอาดโรงงานรวมทั้งน้ำเสียที่ยังไม่ได้รับการบำบัดหรือน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วแต่ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานน้ำทิ้งอุตสาหกรรมองค์ประกอบของน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอัตราการไหลของน้ำทิ้งประเภทและขนาดของโรงงาน น้ำเสียจากเกษตรกรรมได้แก่น้ำเสียที่เกิดจากกิจกรรมทางการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ น้ำเสียจากการเพาะปลูกจะมีไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม และสารพิษต่างๆ ในปริมาณสูงส่วนน้ำเสียจากการเลี้ยงสัตว์จะพบสิ่งสกปรกในรูปของสารอินทรีย์เป็นส่วนมาก

การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพแวดล้อมที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ทุกประเทศควรให้ความสำคัญ

20การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของโลกเป็นปรากฏการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชากรโลกทั้งหมด เพียงแต่ความรุนแรงของปัญหาในแต่ละซีกโลกอาจไม่เท่ากันหรือแตกต่างกันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมและสภาพพื้นที่ที่ปรากฏการณ์นั้นๆ เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของโลกอาจเกิดขึ้นเนื่องจากปัจจัยธรรมชาติ เช่น ภูเขาไฟระเบิด ก่อให้เกิดเถ้าฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปในบรรยากาศจนเกิดมลพิษทางอากาศขึ้น ไฟไหม้ป่า ทำให้เกิดเขม่าควันไฟฟุ้งกระจายในบรรยากาศ และเป็นการทำลายสารอาหารแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อพืชและพื้นผิวดิน ซึ่งจะก่อให้เกิดมลพิษทางดินได้ การเกิดอุทกภัยทำให้กระแสน้ำชะล้างและพัดพาสิ่งสกปรกและสิ่งเป็นพิษบนพื้นดินไหลไปรวมกันอยู่ในแหล่งน้ำจนกลายเป็นปัญหามลพิษทางน้ำได้ นอกจากนี้มนุษย์ก็เป็นผู้กระทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมด้วย เนื่องจากมนุษย์จำเป็นต้องดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อการยังชีพและเพื่อการอยู่รอดในสังคม กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นล้วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น

เมื่อดูจากการคาดการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกในปี ค.ศ.2050 พบว่า ปริมาณก๊าซเรือนกระจกมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50 จากปัจจุบัน ซึ่งอัตราการเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่าร้อยละ 70 นี้จะเกิดขึ้นในภาคพลังงาน ทั้งนี้ ในอนาคต ปี 2050 ภาคการเกษตรจะเป็นภาคที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ได้มีการคาดการณ์อุณหภูมิของโลกในปี ค.ศ.2050 ไว้ว่า อุณหภูมิโลกอาจจะเพิ่มสูงขึ้นกว่า 3 – 6 องศาเซลเซียส ซึ่งเกินเป้าที่ได้ตกลงกันไว้ในระดับระหว่างประเทศที่จำกัดให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ หากทุกประเทศสามารถร่วมมือกันลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้น้อยลงจากปัจจุบัน อุณหภูมิโลกอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์เอาไว้

ดังนั้น จากแนวโน้มที่เราเห็นนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพแวดล้อมที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ทุกประเทศควรให้ความสำคัญและพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง ซึ่งสำหรับประเทศไทยหากเราต้องการที่จะพัฒนาประเทศให้เป็นไปอย่างยั่งยืน และมีประสิทธิภาพ เราควรร่วมมือกันในการวางนโยบายประเทศให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี ค.ศ.2050 เช่น ประเทศไทยจะเตรียมตัวเพื่อใช้ประโยชน์จากการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกที่จะทำให้เกิดเส้นทางการเดินเรือใหม่ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการขนส่งสินค้าทางทะเลจากเอเชียไปยังชายฝั่งอีสต์โคสต์ ของสหรัฐฯ ให้เต็มที่ได้อย่างไร นอกจากนี้จะมีแนวทางในการลดมลภาวะทางอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างไร การวิจัยและพัฒนาด้านเกษตรกรรมภายในประเทศควรพัฒนาไปในทิศทางใดเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ รวมทั้งจะรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศที่มีแนวโน้มลดลงตามแนวโน้มของโลกได้อย่างไร เป็นต้น

ภูมิแพ้ป้องกันได้ ถ้ารู้ทันแต่เนิ่นๆ มีทางรักษา

ภูมิแพ้ป้องกันได้ ถ้ารู้ทันแต่เนิ่นๆ มีทางรักษา

โรคภูมิแพ้นั้นถ้าไม่ได้รับการรักษาจะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ที่เป็นแย่กว่าคนปกติ เช่น ไม่สามารถนอนหลับได้ เรียนและทำงานได้ไม่เต็มที่ หากเกิดในเด็กจะทำให้เด็กรู้สึกไม่สบาย อ่อนเพลีย หงุดหงิด ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ตามวัยได้อย่างเต็มที่ จึงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางพัฒนาการ การเรียนรู้และการเจริญเติบโต นอกจากนั้นอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น ไซนัสอักเสบ ริดสีดวงจมูก หูชั้นกลางอักเสบ นอนกรน ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ผิวหนังติดเชื้อ ฯลฯ

กรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อมเป็นสาเหตุสำคัญ
มีการศึกษาพบว่าถ้าพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้ ลูกก็จะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ประมาณร้อยละ 20-30 ถ้าทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้ต่างชนิดกันจะมีผลให้ลูกมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ร้อยละ 40-50 แต่ถ้าทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดเดียวกันจะมีผลให้บุตรมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้นถึงร้อยละ 60-80 ในขณะที่เด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่มีประวัติโรคภูมิแพ้เลยมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้เพียงร้อยละ 10-15 เท่านั้น แต่เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขปัจจัยทางกรรมพันธุ์ได้ การควบคุมสิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตลอดจนการกินอาหารที่เหมาะสมจะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ในลูกได้ นอกจากนั้นการป้องกันโรคภูมิแพ้ของลูกสามารถทำได้ตั้งแต่เวลาที่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์เลย คุณแม่ตั้งครรภ์รวมถึงในระยะเวลาที่ให้นมลูกควรได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและสมดุล นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ปราศจากฝุ่น และควันบุหรี่

กินให้เหมาะสม ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้
เนื่องจากโรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่สามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม และมีการศึกษาที่แสดงว่า สิ่งแวดล้อมและอาหารเป็นปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญของการเกิดโรคภูมิแพ้ ดังนั้นสำหรับเด็กที่เกิดในครอบครัวที่เป็นโรคภูมิแพ้ (ซึ่งเป็นเด็กที่มีความเสี่ยงสูง) คุณพ่อคุณแม่จึงควรกำจัดและหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และสารระคายเคืองต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ ให้กับลูกตั้งแต่แรก รวมทั้งการให้เด็กดื่มนมแม่จะสามารถป้องกันไม่ให้เด็กเหล่านี้เกิดโรคภูมิแพ้ขึ้นได้ คนที่เป็นโรคภูมิแพ้มักเกิดร่วมกันหลายชนิด เช่น เด็กที่เป็นผื่นแพ้บริเวณผิวหนังอาจพบว่ามีการแพ้อาหารร่วมด้วย ดังนั้นการจัดให้ลูกกินอาหารที่เหมาะสมจะสามารถลดอัตราการแพ้อาหารได้ การดื่มนมแม่หรือนมสูตรพิเศษที่มีการสลายโปรตีนที่ทำให้เกิดการแพ้เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคภูมิแพ้ นอกจากนี้การดื่มนมที่ผสมจุลินทรีย์สุขภาพ เช่น แลคโตบาซิลลัส และบิฟิโดแบคทีเรียม ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันและลดอัตราการเกิดผื่นแพ้ผิวหนังได้

สิ่งแวดล้อมดีก็ช่วยป้องกันภูมิแพ้ได้
นอกจากการให้เด็กได้กินอาหารที่เหมาะสมแล้ว ควรหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน เช่น ไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง เชื้อรา แมลงสาบ ตั้งแต่ขวบปีแรก โดย
– ใช้เครื่องเรือนน้อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องนอน
– งดใช้พรมปูพื้น ไม่ใช้เก้าอี้นอนหรือเครื่องเรือนที่บุด้วยผ้า ไม่ใช้ที่นอนหรือหมอนที่ทำด้วยนุ่น หรือขนสัตว์ ควรใช้ชนิดที่ทำด้วยใยสังเคราะห์หรือฟองน้ำ ควรคลุมที่นอน และหมอนด้วยผ้าพลาสติก หรือผ้าไวนิล หรือผ้าหุ้มกันไรฝุ่น
– ไม่สะสมหนังสือหรือของเล่นที่มีขน
– ซักผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่มทุก 1-2 สัปดาห์ โดยใช้น้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
– ดูดฝุ่น เช็ดถูทำความสะอาดพื้นและเครื่องเรือน เพื่อขจัดฝุ่นละอองเป็นประจำ
– ไม่เลี้ยงสัตว์ที่มีขน เช่น สุนัข แมว ภายในบ้าน
– พยายามอย่าให้เกิดความชื้น หรือมีบริเวณอับทึบภายในบ้าน เพื่อป้องกันเชื้อราไม่ควรนำต้นไม้ ดอกไม้สดหรือแห้งไว้ในบ้าน
– จัดเก็บขยะและเศษอาหารให้มิดชิด เพื่อป้องกันและกำจัดแมลงสาบ
– การปฏิบัติตัวตามที่กล่าวมาและระวังไม่ให้เด็กได้รับควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย ควันไฟ ฝุ่นละอองจากแหล่งต่างๆ ตั้งแต่อายุน้อยๆ จะช่วยให้สามารถป้องกันโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจได้

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nakhunclinic.com