หัวใจที่แท้จริงของฟิสิกส์ ม.4

เมื่อกล่าวถึงคำว่า “ฟิสิกส์” ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับแต่ละคนจะแตกต่างกัน คนทั่วไปจะค่อนข้างขยาดกับคำนี้เพราะฟังดูเ้ข้าใจยาก คนที่เรียนฟิสิกส์ได้ต้องเก่งมากและออกแนวสติเฟื่อง บางคนอาจคิดว่าฟังดูขลังดี ถ้ารู้ฟิสิกส์เหมือนจะมีเครื่องรางป้องกันตนเอง บางคนอาจจะฟังแล้วเสียวไส้เพราะได้เกรด F ในวิชาฟิสิกส์มาแ้ล้วจนเป็นปมด้อยฝังใจ มีน้อยคนนักที่จะเข้าใจธรรมชาติที่แท้จริงของฟิสิกส์

“ทำอย่างไรจึงจะเก่งฟิสิกส์” เป็นคำถามที่เหมือนไม่มีคำตอบ ถ้าตอบแบบติดตลกคงเป็นว่า “ต้องไปเกิดใหม่”

แล้วเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าไปเกิดใหม่แล้วจะเก่งฟิสิกส์ถ้าถามคนที่เรียนฟิสิกส์เกือบร้อยละ 100 ทั่วประเทศว่า “ฟิสิกส์ คืออะไร” คงจะได้คำตอบคล้ายกันว่า “ฟิสิกส์คือการศึกษาปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ” สิ่งนี้เป็นหลักฐานที่เด่นชัดว่าประเทศเราสอนให้ท่องจำมากกว่าการเข้าใจที่แท้จริงความหมายที่ให้มานี้น่าจะเป็นความหมายของวิชาวิทยาศาสตร์มากกว่า น่าแปลกใจว่าคนที่เรียนฟิสิกส์ยังไม่รู้ว่าฟิสิกส์ คืออะไร มีแนวคิดแตกต่างจากวิทยาศาสตร์แขนงอื่นอย่างไร ประเด็นนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญก่อนที่เราจะเก่งฟิสิกส์ได้

หลักปรัชญาของวิชาวิทยาศาสตร์ คือ ความต้องการเข้าใจและอธิบายธรรมชาติของสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา รวมถึงว่า มนุษย์ คือ อะไร มีความคิดและตัวตนขึ้นมาได้อย่างไรฟิสิกส์เป็นหนึ่งในวิธีการที่จะนำไปสู่ความเข้าใจนั้น ซึ่งมีเครื่องมือหลัก คือ แนวคิด ความสัมพันธ์ กฏ และทฤษฏีพื้นฐานที่ใช้หลักทางคณิตศาสตร์เข้ามาช่วยในการอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ

หัวใจที่แท้จริงของฟิสิกส์ ม.4 คือ ความพยายามในการหาและอธิบายความสัมพันธ์ของปริมาณต่างๆด้วยสมการทางคณิตศาสตร์และพยายามสร้างกฏและทฤษฏีต่างๆเพื่ออธิบายความสัมพันธ์นั้น นักฟิสิกส์จึงมีความหลงใหลในสมการต่างๆ เช่นสมการของแอลเบิร์ตไอน์สไตน์ที่เรารู้จักกันดีซึ่งเป็นความสัมพันธ์ของของและพลังงาน

เราจะเห็นว่าฟิสิกส์มีความเป็นปรัชญารวมกับความซับซ้อนทางคณิตศาสตร์จนจากที่จะจำแนกออกจากกันได้ชัดเจน ซึ่งเป็นสาเหตุให้วิชาฟิสิกส์เป็นวิชาที่มีความยากทางความคิดมากที่สุด เพราะต้องเรียนรู้ถึงหลักปรัชญาที่ั่สั่งสมกันมาหลายพันปี และการประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์พื้นฐานที่มีความเป็นนามธรรมสูง

รักษาปัสสาวะเล็ด ปัญหาไม่เล็กของผู้หญิง

ปัสสาวะเล็ด เป็นปัญหาที่พบมากในเพศหญิง เนื่องจากปัจจัยบางอย่าง เช่น การตั้งครรภ์ การคลอด การผ่าตัดทางนรีเวช โดยเฉพาะการผ่าตัดมดลูก จากการศึกษาพบว่า ประชากร 1 ใน 5 ที่เป็นโรคนี้เป็นหญิงมากกว่าชายถึง 3 เท่า

รักษาปัสสาวะเล็ดความเข้าใจผิดที่ว่า อายุที่มากขึ้นเป็นปัจจัยหลักทำให้เกิดโรค ประกอบกับรู้สึกอายุที่เป็นผู้ที่เป็นโรคนี้ จึงมักมาพบแพทย์เมื่อเป็นมานานหรือมีอาการมากแล้ว ทั้งที่จริงๆ แล้วปัสสาวะเล็ดเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย

หลากสาเหตุปัสสาวะเล็ด
สาเหตุสำคัญคือความผิดปกติที่เกิดขึ้นทั้งส่วนในของการทำงาน และด้านกายภาพของอวัยวะที่มีส่วนในการควบคุมการปัสสาวะ เช่น สมองและระบบประสาทที่ควบคุมการกลั้นและขับปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ ระบบหูรูด และกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน

– ในวัยเด็ก เกิดจากระบบการควบคุมการปัสสาวะยังไม่เข้าที่และพฤติกรรม รวมทั้งอุปนิสัยบางอย่าง มักออกมาในรูปแบบการปัสสาวะรดที่นอนตอนกลางคืน
– ในวัยสาว มักเกิดจากอุปนิสัยบางอย่างที่ไม่เหมาะสม เช่น ดื่มน้ำน้อย กลั้นปัสสาวะบ่อยๆ หรือเป็นเวลานาน ทำให้กระเพาะปัสสาวะเกิดการบีบตัวผิดปกติจนกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

สำหรับวัยกลางคน คนที่เคยตั้งครรภ์หรือเคยผ่าตัดมดลูกมาก่อน อาจมีการเสื่อมของหูรูดและการหย่อนยานของผนังช่องคลอด รวมทั้งบริเวณคอกระเพาะปัสสาวะ ทำให้บริเวณคอกระเพาะปัสสาวะปิดไม่สนิท เกิดอาการปัสสาวะรั่วออกมาได้  ในวัยสูงอายุและประจำเดือนหมดแล้ว ฮอร์โมนเพศหญิงจะลดลง ทำให้เยื่อบุในท่อปัสสาวะขาดความยืดหยุ่น ระบบการปิดกลั้นปัสสาวะของท่อปัสสาวะลดลง ทำให้ปัสสาวะรั่วซึมได้เช่นกัน

รักษาปัสสาวะเล็ด แนวทางในการรักษา
การรักษาปัสสาวะเล็ดขึ้นกับสาเหตุของโรคว่า เกิดความบกพร่องที่อวัยวะในการควบคุมการปัสสาวะส่วนใดโดยทั่วไปแนวทางในการรักษามีอยู่ 3 วิธี คือ พฤติกรรมบำบัด การรักษาทางยา และการผ่าตัด ผู้ที่มีอาการไม่มากควรเริ่มจากการทำพฤติกรรมบำบัด นั่นคือการฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานโดยการขมิบหูรูด ลักษณะเหมือนตอนที่กลั้นปัสสาวะ ทำอย่างน้อยวันละ 100 ครั้ง แล้วเพิ่มจำนวนครั้งขึ้นเรื่อยๆ วิธีการนี้ต้องมีความอดทน เพราะต้องใช้เวลานับเดือนกว่าจะเห็นผลและควรทำต่อเนื่องเพื่อลดการเกิดซ้ำ

บางครั้งก็ต้องร่วมกับการรักษาทางยา เช่น ยาช่วยในการบีบตัวของกล้ามเนื้อบริเวณท่อปัสสาวะ ยาลดการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น หรือใช้อุปกรณ์ในการลดการรั่วซึมของปัสสาวะ เช่น อุปกรณ์สอดช่องคลอด เพื่อยกและกดบริเวณทางออกหรือคอของกระเพาะปัสสาวะไว้ หรืออุปกรณ์สอดใส่ท่อปัสสาวะ หรือการใช้ผ้าอนามัยเพื่อซับน้ำปัสสาวะที่รั่วซึมไว้

แต่ถ้ามีอาการมากจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดรักษาปัสสาวะเล็ด เช่น ในกรณีที่มีการหย่อนของคอกระเพาะปัสสาวะ จะทำการผ่าตัดเพื่อพยุงบริเวณคอกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะส่วนต้นไว้ ถ้ามีการหย่อนของผนังช่องคลอดร่วมด้วยก็จะทำการผ่าตัดซ่อมแซมผนังช่องคลอด ที่เราเรียกกันทั่วไปว่าการทำรีแพร์ด้วย

กลยุทธ์การเลือกทำเลที่ตั้งของโกดังให้เช่า นนทบุรี

1.การเลือกทำเลที่ตั้งโรงงาน/โกดังให้เช่า นนทบุรีใกล้ตลาด (Market-Positioned Strategy)
กลยุทธ์นี้กำหนดให้จัดตั้งโรงงาน/คลังสินค้า ใกล้กับลูกค้าลำดับสุดท้าย (Final Customer) วัตถุประสงค์เพื่อการตอบสนองความพึงพอใจแก่ลูกค้า ด้วยระดับการให้บริการ (Service Level) สูง ซึ่งสิ่งที่นำมาพิจารณาควบคู่ ได้แก่ รอบเวลาในการสั่งสินค้า ปริมาณการสั่งซื้อสินค้า ลักษณะของผลิตภัณฑ์ ต้นทุนค่าขนส่ง ขนาดและจำนวนของพาหนะที่สามารถให้บริการลูกค้าในพื้นที่ที่ต้องการได้ ตัวอย่างของนำกลยุทธ์ดังกล่าวนี้ไปใช้เหมาะกับธุรกิจค้าปลีก เพื่อสามารถเพิ่มความถี่ในการให้บริการกับลูกค้า

2.การเลือกทำเลที่ตั้งโรงงาน/คลังสินค้าใกล้แหล่งผลิต (Production-Positioned Strategy)
กลยุทธ์นี้กำหนดให้ตั้งโรงงาน/คลังสินค้าใกล้กับแหล่งวัตถุดิบ เนื่องจากสภาพของวัตถุดิบเน่าเสีย และแปรสภาพง่าย หรือจำนวนวัตถุดิบที่เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์หลักค่อนข้างหลากหลาย วัตถุประสงค์เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่ง

3.การเลือกทำเลที่ตั้งโรงงาน/คลังสินค้าทำเลที่ตั้งอยู่ระหว่างกลาง (Intermediately-Positioned Strategy)
กลยุทธ์นี้กำหนดให้ตั้งโรงงาน/คลังสินค้า ระหว่างแหล่งผลิตและตลาด ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวนี้ เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการให้บริการลูกค้าในระดับสูงและมีโรงงานผลิตหลายแห่ง

สำหรับการเลือกทำเลที่ตั้งเพื่อการขยายการลงทุนสู่สากล ตามนโยบายการค้าระหว่างประเทศที่เปิดเสรีปราศจากกำแพงภาษีนำเข้า จำเป็น
ต้องมีการศึกษาปัจจัยรอบด้านอย่างถี่ถ้วน เนื่องจากการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนจึงควรหาความรู้เกี่ยวกับประเทศที่ต้องการลงทุน โดยศึกษาข้อมูลนโยบายภาครัฐบาล ระบบเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม รวมถึงข้อกฎหมาย และระเบียบต่างๆ ตลอดจนมาตรการส่งเสริม
การลงทุน นอกจากนี้ การศึกษาตลาด และระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งด้านสาธารณูปโภค การขนส่ง และการกระจายสินค้า ก็มีความสำคัญมากเช่นกัน

ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจซึ่งสามารถแบ่งแยกย่อยลงไปได้อีก

การประกันรถยนต์นั้นสามารถแบ่งประเภทออกมาได้สองประเภทคือประกันรถยนต์ภาคบังคับ หรือพรบ. และประกันรถยนต์ภาคสมัครใจซึ่งสามารถแบ่งแยกย่อยลงไปได้อีกเป็นการประกันรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นหนึ่ง การประกันรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นสอง การประกันรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นสาม และการประกันรถยนต์ภาคสมัครใจแบบพิเศษ หรือการประกันรถยนต์ภาคสมัครใจแบบบวก มีรูปแบบย่อยสองรูปแบบก็คือการประกันรถยนต์ภาคสมัครใจแบบชั้นสองบวกและการประกันรถยนต์ภาคสมัครใจแบบชั้นสามบวก ซึ่งการประกันรถยนต์ภาคสมัครใจทั้งห้ารูปแบบนี้ (การประกันรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นหนึ่ง ชั้นสอง ชั้นสองบวก ชั้นสาม และชั้นสามบวก) เป็นการประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองความเสียหายมากกว่าการประกันรถยนต์ภาคบังคับทั้งสิ้น แต่นั่นก็หมายความว่าท่านจะต้องเสียค่าเบี้ยประกันรถยนต์สำหรับการประกันรถยนต์ภาคสมัครใจมากขึ้นกว่าการเสียค่าเบี้ยประกันรถยนต์สำหรับการประกันรถยนต์ภาคบังคับเช่นกัน โดยจำนวนเงินที่ท่าจะจ้องเสียเพื่อเป็นค่าเบี้ยประกันรถยนต์รูปแบบต่างๆนั้นจะแตกต่างกันตามขอบข่ายครอบคลุมความเสียหายและจำนวนวงเงินประกันความเสียหายที่จะได้รับจากบริษัทประกันรถยนต์ที่ท่านจัดทำประกันรถยนต์ไว้ด้วย ยิ่งขอบเขตความคุ้มครองความเสียหายกว้าง ครอบคลุมความเสียหายที่หลากหลายมาก เงินชดเชยในกรณีที่เกิดความเสียหายมีจำนวนมาก เบี้ยจะแพง

การประกันรถยนต์นั้นเป็นบริการประกันรถยนต์จากบริษัทประกันรถยนต์หรือบริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการประเภทประกันภัยรถ มีกฎข้อบังคับให้มีการจัดทำประกันรถยนต์หรือการประกันภัยรถชนิดต่างๆที่เหมาะสมกับรถที่ท่านใช้งาน โดยเป็นไปตามข้อกำหนดในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถพ.ศ.๒๕๓๕ หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆดังกล่าว หรือไม่ฝ่าฝืนไม่มีการจัดทำประกันรถยนต์โดยตั้งใจ จะมีความผิดตามกฎหมายและต้องโทษปรับและหรือจำคุก ดังนั้นท่านผู้ที่มีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของรถยนต์ต่างๆจึงควรที่จะวางแผนและเลือกสรรประกันรถยนต์ที่ตรงตามความต้องการต่างๆของท่าน เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่าท่านจะได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่และคุ้มค่าเมื่อถึงเวลาที่ท่านจะต้องใช้งานการประกันรถยนต์นั้นๆที่ท่านได้มีการจัดทำ แม้ว่าจะไม่มีใครต้องการใช้บริการความคุ้มครองจากประกันรถยนต์โดยที่ไม่จำเป็นเพราะการที่ต้องใช้บริการประกันรถยนต์ก็จะหมายถึงว่ามีการเกิดเหตุความเสียหายใดๆเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดความเสียหายขึ้นกับสุขภาพ ร่างกาย หรือชีวิตของใครก็ตามที่ต้องประสบกับผลกระทบของเหตุการณ์ต่างๆนั้น หรือเกิดความเสียหายขึ้นกับทรัพย์สินของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินของผู้เป็นเจ้าของรถยนต์นั้นๆเองหรือทรัพย์สินของคู่กรณีก็ตาม

สิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืนสำหรับอาเซียน

แนวคิดเรื่องเมืองน่าอยู่ของอาเซียน ได้ริเริ่มขึ้นครั้งแรกในการประชุมเรื่องกรอบแนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืนสำหรับอาเซียน (Framework on Environmentally Sustainable Cities for ASEAN) ที่ประเทศสิงคโปร์ ปี พ.ศ.2546 ที่ประชุมได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้สมาคมอาเซียนมุ่งสู่ความเป็นเมืองที่มีความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม จากวิสัยทัศน์ในการประชุมครั้งนั้น ได้นำมาสู่ปฎิบัติการทำเมืองที่มีความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมในเมืองต่างๆ ทั่วภูมิภาคอาเซียน ในปี พ.ศ.2554 สมาคมอาเซียนได้มีการคัดเลือกเมืองต่างๆ จาก 10 ประเทศที่มีศักยภาพในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังเป็นระบบและต่อเนื่อง เข้ารับรางวัลอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน เพื่อแสดงให้เห็นถึงประสบการณ์อันหลากหลายและรูปแบบในการเจริญเติบโตของเมืองและการรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภายใต้กรอบการดำเนินงานของแต่ละเมืองที่สามารถรักษาสิ่งแวดล้อมและความเป็นเมืองน่าอยู่ไว้ได้ ถึงแม้ว่าจะมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม สำหรับประเทศที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ประกอบด้วย 10 เมืองจาก 10 ประเทศ ได้แก่

โครงการเคหะแห่งชาติ Rimba ประเทศบรูไน ที่ซึ่งผู้คนประมาณ 20,000 คนที่อาศัยในโครงการเคหะแห่งนี้มีความสุขกับมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ทันสมัย สิ่งแวดล้อมที่สะดวกสบายและคงไว้ซึ่งคุณค่า วัฒนธรรมและประเพณีของประเทศบรูไน

กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา มีความเป็นเมืองมาตั้งแต่ยุคอาณานิคมฝรั่งเศสแต่ถูกทำลายเนื่องจากสงครามกลางเมือง ปัจจุบันกรุงพนมเปญได้ฟื้นฟูเป็นเมืองที่มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี เช่น การปลูกต้นไม้สองข้างถนนเพื่อลดมลภาวะทางอากาศ

เมืองสุราบายา (Surabaya) ประเทศอินโดนีเซีย เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศอินโดนีเซีย ที่มีระบบสาธารณูปโภคอย่างครบครัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีพื้นที่สีเขียวมากถึง 20% ของพื้นที่ทั้งเมือง

เมืองซำเหนือ (Xamneua) ประเทศลาว เมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่นับพันปี ล้อมรอบด้วยป่าบริสุทธิ์ ชาวเมืองอยู่อาศัยอย่างกลมกลืนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เมืองเปรบาดานาน ปุตราจายา (Perbadanan Putrajaya) ประเทศอินโดนีเซีย วิสัยทัศน์ประจำเมืองคือ จากเมืองในสวนสู่เมืองสีเขียว คาร์บอนต่ำและเมืองอัจฉริยะ ที่มีความสมดุลในการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม

เมืองพินอูลวิน (Pyin Oo Lwin) ประเทศเมียนมาร์ เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งดอกไม้ โอบล้อมด้วยขุนเขาและพุทธสถาน

เมืองปวยร์โต-ปรินเซซา (Puerto Princesa) ประเทศฟิลิปปินส์ เมืองที่ยกย่องรูปแบบการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน รัฐบาลท้องถิ่นได้จัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่คุ้มครองและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อส่งผ่านความยั่งยืนไปสู่คนรุ่นต่อไป

เมืองดานัง (Danang) ประเทศเวียดนาม เมืองยุทธศาสตร์ ทางด้านเศรษฐกิจการเมืองของเวียดนาม มีลักษณะภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว

สภาพัฒนาชุมชนตะวันตกเฉียงใต้ (South West Community Development Council) ประเทศสิงคโปร์ มีพื้นที่ถึงหนึ่งในสามของเกาะสิงคโปร์ มุ่งสู่ความเป็นเมืองที่มีความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วยแผนปฎิบัติการด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน

ภูเก็ต ของประเทศไทย สมญานามไข่มุกแห่งอันดามัน ที่มุ่งสู่ความเป็นเมืองน่าอยู่จากนโยบายที่มุ่งให้ชาวเมืองมีความสุขด้วยความเป็นอยู่ที่ดี

สุดท้ายนี้เพราะเมืองน่าอยู่เป็นเรื่องของเราทุกคน ที่อยู่ในวิสัยที่พวกเราสามารถร่วมสร้างและเปลี่ยนแปลงได้ หลังจากจบบทความนี้ เราออกไปสำรวจ ค้นหาความน่าอยู่ ขบคิดและลงมือปฎิบัติทำให้เมืองที่เราอยู่อาศัยน่าอยู่ยิ่งขึ้นเถิด