การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพแวดล้อมที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ทุกประเทศควรให้ความสำคัญ

20การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของโลกเป็นปรากฏการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชากรโลกทั้งหมด เพียงแต่ความรุนแรงของปัญหาในแต่ละซีกโลกอาจไม่เท่ากันหรือแตกต่างกันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมและสภาพพื้นที่ที่ปรากฏการณ์นั้นๆ เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของโลกอาจเกิดขึ้นเนื่องจากปัจจัยธรรมชาติ เช่น ภูเขาไฟระเบิด ก่อให้เกิดเถ้าฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปในบรรยากาศจนเกิดมลพิษทางอากาศขึ้น ไฟไหม้ป่า ทำให้เกิดเขม่าควันไฟฟุ้งกระจายในบรรยากาศ และเป็นการทำลายสารอาหารแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อพืชและพื้นผิวดิน ซึ่งจะก่อให้เกิดมลพิษทางดินได้ การเกิดอุทกภัยทำให้กระแสน้ำชะล้างและพัดพาสิ่งสกปรกและสิ่งเป็นพิษบนพื้นดินไหลไปรวมกันอยู่ในแหล่งน้ำจนกลายเป็นปัญหามลพิษทางน้ำได้ นอกจากนี้มนุษย์ก็เป็นผู้กระทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมด้วย เนื่องจากมนุษย์จำเป็นต้องดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อการยังชีพและเพื่อการอยู่รอดในสังคม กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นล้วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น

เมื่อดูจากการคาดการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกในปี ค.ศ.2050 พบว่า ปริมาณก๊าซเรือนกระจกมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50 จากปัจจุบัน ซึ่งอัตราการเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่าร้อยละ 70 นี้จะเกิดขึ้นในภาคพลังงาน ทั้งนี้ ในอนาคต ปี 2050 ภาคการเกษตรจะเป็นภาคที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ได้มีการคาดการณ์อุณหภูมิของโลกในปี ค.ศ.2050 ไว้ว่า อุณหภูมิโลกอาจจะเพิ่มสูงขึ้นกว่า 3 – 6 องศาเซลเซียส ซึ่งเกินเป้าที่ได้ตกลงกันไว้ในระดับระหว่างประเทศที่จำกัดให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ หากทุกประเทศสามารถร่วมมือกันลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้น้อยลงจากปัจจุบัน อุณหภูมิโลกอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์เอาไว้

ดังนั้น จากแนวโน้มที่เราเห็นนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพแวดล้อมที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ทุกประเทศควรให้ความสำคัญและพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง ซึ่งสำหรับประเทศไทยหากเราต้องการที่จะพัฒนาประเทศให้เป็นไปอย่างยั่งยืน และมีประสิทธิภาพ เราควรร่วมมือกันในการวางนโยบายประเทศให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี ค.ศ.2050 เช่น ประเทศไทยจะเตรียมตัวเพื่อใช้ประโยชน์จากการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกที่จะทำให้เกิดเส้นทางการเดินเรือใหม่ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการขนส่งสินค้าทางทะเลจากเอเชียไปยังชายฝั่งอีสต์โคสต์ ของสหรัฐฯ ให้เต็มที่ได้อย่างไร นอกจากนี้จะมีแนวทางในการลดมลภาวะทางอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างไร การวิจัยและพัฒนาด้านเกษตรกรรมภายในประเทศควรพัฒนาไปในทิศทางใดเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ รวมทั้งจะรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศที่มีแนวโน้มลดลงตามแนวโน้มของโลกได้อย่างไร เป็นต้น

ภูมิแพ้ป้องกันได้ ถ้ารู้ทันแต่เนิ่นๆ มีทางรักษา

ภูมิแพ้ป้องกันได้ ถ้ารู้ทันแต่เนิ่นๆ มีทางรักษา

โรคภูมิแพ้นั้นถ้าไม่ได้รับการรักษาจะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ที่เป็นแย่กว่าคนปกติ เช่น ไม่สามารถนอนหลับได้ เรียนและทำงานได้ไม่เต็มที่ หากเกิดในเด็กจะทำให้เด็กรู้สึกไม่สบาย อ่อนเพลีย หงุดหงิด ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ตามวัยได้อย่างเต็มที่ จึงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางพัฒนาการ การเรียนรู้และการเจริญเติบโต นอกจากนั้นอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น ไซนัสอักเสบ ริดสีดวงจมูก หูชั้นกลางอักเสบ นอนกรน ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ผิวหนังติดเชื้อ ฯลฯ

กรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อมเป็นสาเหตุสำคัญ
มีการศึกษาพบว่าถ้าพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้ ลูกก็จะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ประมาณร้อยละ 20-30 ถ้าทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้ต่างชนิดกันจะมีผลให้ลูกมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ร้อยละ 40-50 แต่ถ้าทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดเดียวกันจะมีผลให้บุตรมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้นถึงร้อยละ 60-80 ในขณะที่เด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่มีประวัติโรคภูมิแพ้เลยมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้เพียงร้อยละ 10-15 เท่านั้น แต่เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขปัจจัยทางกรรมพันธุ์ได้ การควบคุมสิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตลอดจนการกินอาหารที่เหมาะสมจะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ในลูกได้ นอกจากนั้นการป้องกันโรคภูมิแพ้ของลูกสามารถทำได้ตั้งแต่เวลาที่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์เลย คุณแม่ตั้งครรภ์รวมถึงในระยะเวลาที่ให้นมลูกควรได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและสมดุล นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ปราศจากฝุ่น และควันบุหรี่

กินให้เหมาะสม ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้
เนื่องจากโรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่สามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม และมีการศึกษาที่แสดงว่า สิ่งแวดล้อมและอาหารเป็นปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญของการเกิดโรคภูมิแพ้ ดังนั้นสำหรับเด็กที่เกิดในครอบครัวที่เป็นโรคภูมิแพ้ (ซึ่งเป็นเด็กที่มีความเสี่ยงสูง) คุณพ่อคุณแม่จึงควรกำจัดและหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และสารระคายเคืองต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ ให้กับลูกตั้งแต่แรก รวมทั้งการให้เด็กดื่มนมแม่จะสามารถป้องกันไม่ให้เด็กเหล่านี้เกิดโรคภูมิแพ้ขึ้นได้ คนที่เป็นโรคภูมิแพ้มักเกิดร่วมกันหลายชนิด เช่น เด็กที่เป็นผื่นแพ้บริเวณผิวหนังอาจพบว่ามีการแพ้อาหารร่วมด้วย ดังนั้นการจัดให้ลูกกินอาหารที่เหมาะสมจะสามารถลดอัตราการแพ้อาหารได้ การดื่มนมแม่หรือนมสูตรพิเศษที่มีการสลายโปรตีนที่ทำให้เกิดการแพ้เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคภูมิแพ้ นอกจากนี้การดื่มนมที่ผสมจุลินทรีย์สุขภาพ เช่น แลคโตบาซิลลัส และบิฟิโดแบคทีเรียม ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันและลดอัตราการเกิดผื่นแพ้ผิวหนังได้

สิ่งแวดล้อมดีก็ช่วยป้องกันภูมิแพ้ได้
นอกจากการให้เด็กได้กินอาหารที่เหมาะสมแล้ว ควรหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน เช่น ไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง เชื้อรา แมลงสาบ ตั้งแต่ขวบปีแรก โดย
– ใช้เครื่องเรือนน้อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องนอน
– งดใช้พรมปูพื้น ไม่ใช้เก้าอี้นอนหรือเครื่องเรือนที่บุด้วยผ้า ไม่ใช้ที่นอนหรือหมอนที่ทำด้วยนุ่น หรือขนสัตว์ ควรใช้ชนิดที่ทำด้วยใยสังเคราะห์หรือฟองน้ำ ควรคลุมที่นอน และหมอนด้วยผ้าพลาสติก หรือผ้าไวนิล หรือผ้าหุ้มกันไรฝุ่น
– ไม่สะสมหนังสือหรือของเล่นที่มีขน
– ซักผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่มทุก 1-2 สัปดาห์ โดยใช้น้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
– ดูดฝุ่น เช็ดถูทำความสะอาดพื้นและเครื่องเรือน เพื่อขจัดฝุ่นละอองเป็นประจำ
– ไม่เลี้ยงสัตว์ที่มีขน เช่น สุนัข แมว ภายในบ้าน
– พยายามอย่าให้เกิดความชื้น หรือมีบริเวณอับทึบภายในบ้าน เพื่อป้องกันเชื้อราไม่ควรนำต้นไม้ ดอกไม้สดหรือแห้งไว้ในบ้าน
– จัดเก็บขยะและเศษอาหารให้มิดชิด เพื่อป้องกันและกำจัดแมลงสาบ
– การปฏิบัติตัวตามที่กล่าวมาและระวังไม่ให้เด็กได้รับควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย ควันไฟ ฝุ่นละอองจากแหล่งต่างๆ ตั้งแต่อายุน้อยๆ จะช่วยให้สามารถป้องกันโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจได้

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nakhunclinic.com

การปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์สภาพแวดล้อมในสถานประกอบการ

ในยุคที่สังคมโลกกำลังให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมอันเป็นผลสืบเนื่องจากมลพิษต่าง ๆ ไม่ว่าทางอากาศ ทางน้ำ ฝุ่นละออง ฯลฯ ได้ส่งผลกระทบต่อพลเมืองโลกอย่างมาก ผลกระทบนี้เกิดขึ้นกับทุกประเทศในโลกเป็นเหตุให้เกิดแรงผลักดันให้องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน หรือ ISO (International Organization for Standardization) จัดทำอนุกรมมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม “ISO 14000 ” ขึ้น

เพื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรมในข้อกำหนดของมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14000 สำหรับองค์กรที่เป็นผู้ผลิตนอกจากจะได้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์แล้ว ในระหว่างกระบวนการผลิตอาจจะมีผลไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ตามมา เช่น เสียง ฝุ่นละออง ของเสีย สารปนเปื้อน ถ้าเป็นองค์กรที่เป็นผู้ให้บริการก็จะอยู่ในรูปของการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อตกแต่งทัศนียภาพขององค์กร เช่น สถานที่อาศัย คอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า สำนักงาน โรงพยาบาล โรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ ทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับระบบของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยความสมัครใจ ซึ่งประโยชน์ที่ได้จากการนำไปปรับใช้ก็เป็นขององค์กรและสังคมโดยส่วนรวม วิธีการจัดการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ก็เป็นหนึ่งแนวทางสำหรับการปรับเปลี่ยนมุมมองและลดมลพิษที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้นการจัดแต่ง/ออกแบบภูมิทัศน์สภาพแวดล้อมในสถานประกอบการจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมอย่างยิ่ง

ประโยชน์ของการปรับปรุงภูมิทัศน์

บริหารงานด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นระบบ
เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี รวมทั้งมีการป้องกันในกรณีที่มีอุบัติภัยเกิดขึ้น
เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร
ลดภาระค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น การจัดการทรัพยากร การจัดการของเสียและฝุ่นลอง มลภาวะอากาศที่ร้อน
มีภาพลักษณ์ที่ดีต่อชุมชนและสังคมโดยรวม
ปรับมุมมองให้พนักงานเพื่อการผ่อนคลาย
ต้นไม้จะช่วยคายออกซิเจนในช่วงกลางวันได้รับอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งการได้สูดอากาศบริสุทธิ์ มีผลดีต่อ
สุขภาพ ของทุกๆคนในองค์กรและชุมชนใกล้เคียง
ช่วยดูดซับก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวการให้เกิดภาวะเรือนกระจก ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
เป็นร่มเงา บังแสงแดด ให้เกิดความร่มรื่น
บริเวณรากของต้นไม้ ที่ยึดผิวดิน จะทำให้เกิดความแข็งแรงของบริเวณผิวดินป้องกันการพัง
ทลายจากดินถล่ม เนื่องจากมีรากเป็นส่วนยึดผิวดินอยู่ ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัด คือ การสาธิต การนำหญ้าแฝกมาประยุกต์ป้องกันการพังทลาย ของหน้าดิน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นพระปรีชา สามารถของพระมหากษัตริย์ ประเทศของเรา
เป็นแนวป้องกัน การเกิดน้ำท่วม เนื่องจาก เมื่อเกิดสภาพที่น้ำเกินสมดุล ท่วมลงมาจากยอดเขา จะมีแนวป่า ต้นไม้ ช่วยชะลอความแรง จากเหตุการณ์น้ำท่วม

การจัดสวนภูมิทัศน์ ในบ้านให้สวนสวยงาม

บางคนใช้เงินและความอุตสาหะเป็นอย่างสูงเพื่อขจัดริ้วรอยไฝฝ้า ทั้งนี้เพียงเพื่อให้หน้าดูเรียบปราศจากตำหนิ จะได้ดูสวยขึ้น และถ้าเป็นคนที่มีเค้าหน้าดีด้วยก็อาจได้เป็นนางงามหรือดาราไปได้

แต่สวนในบ้านเรานี่กลับแปลกบางแห่งเขาทำไว้เรียบๆ สวยงามดีแล้ว กลับหาสิวฝ้า หรือบางที่ก็เอาหูดไปใส่ไว้จนรกไปหมด เพราะนึกว่าการเอาหินบ้าง ไม้พุ่มสมุนไพร หรือบางทีก็พวกตัวสัตว์ปั้นด้วยซีเมนต์เข้าไปใส่นั้นจะทำให้สวยขึ้น บางครั้งอยู่ดีๆก็ยังมีน้ำพุ น้ำตกผุดขึ้นมาเฉยๆตรงกลางสนามก็มี ถ้าเปรียบเทียบกับการแต่งหน้าของคน ก็คงจะได้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย ไฝฝ้า หูด และรอยด่าง แถมไปกับการแต้มสีทาแก้ม ทาตา ทาลิปสติกฉูดฉาด จนดูเป็นนางยักษ์ไป

ดังนั้น ในการจัดสวน ถ้าเราลองนึกเปรียบเทียบกับการแต่งหน้าคนให้งามขึ้นก็อาจช่วยได้บ้าง สวนต่างๆที่ได้จัดทำขึ้นส่วนใหญ่ก็เปรียบเสมือนใบหน้าที่ได้ลงมือลงแรงแต่งไปบ้างแล้ว อาจจะมีหูดบ้าง สิวบ้างเล็กๆน้อยๆ พอทนได้ลองย้ายต้นไม้หรือก้นหินประดับที่ปลูกหรือตั้งอยู่กลางสนามออกเสียให้หมด หรือถ้าเป็นการแต่งหน้าก็คือ ตัดหูด แคะสิว รักษาผิวให้เรียบเนียนขึ้น คือทำสนามให้งามเต็มตามประสาของสนาม กล่าวคือให้มันเรียบ เขียว สะอาด เท่านี้ก็จะสวยขึ้นเป็นอันมากแล้ว เห็นสวนหลายแห่ง ถ้าตัดหูดและขจัดสิวฝ้าออกสักหน่อยก็จะดูดีขึ้นอีกมาก ต้นไม้ที่ถอนย้ายออกไปก็ไม่ต้องเอาไปทิ้งที่ไหน เอาไปเสริมในที่ที่ควร เพื่อให้แลดูเป็นกลุ่มเป็นก้อนหนาแน่นขึ้น

ตำราเบื้องต้นในการจัดภูมิทัศน์หรือจัดสวน ท่านว่าไว้ดังนี้
1. จับลักษณะเด่นของบริเวณที่จะจัดให้ได้ว่าเป็นอย่างไร เช่น ดูแล้วมีเค้าเป็นสวนน้ำ เพราะมีน้ำมาก ก็ให้จัดเป็นสวนน้ำ หรือดูแล้วมีเค้าเป็นส่วนป่า เพราะมีต้นไม้ใหญ่มาก ก็จัดเป็นสวนป่าหรือมีลักษณะเป็นแกน มีซ้ายมีขวาเป็นแบบอย่างเข้ากับตัวอาคารก็จัดเป็นทรงเรขาคณิต เป็นต้น
2. ขจัดสิ่งน่าเกลียดหรือสิ่งแปลกปลอม ดูว่ามีอะไรที่น่าเกลียด หรือที่ไม่เข้ากันบ้าง ก็ให้ขจัดออก ถ้าขจัดไม่ได้ เช่น มีตึกแถวน่าเกลียดอยู่นอกบริเวณตรงที่เราจะมองสวน ก็หาต้นไม้สูงๆมาปลูกบังอย่าให้แลเห็น ปัญหาก็คือ ต้องมองให้ออกว่าอะไรคือสิ่งน่าเกลียด หรืออะไรที่แปลกปลอมตำราว่าแปลงดอกดาวเรืองเหลืองอร่ามสดใส ถ้าเอาไปตั้งอยู่กลางป่าเขาใหญ่ แม้ตัวมันจะสวยก็จริงแต่ถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมน่าเกลียดมาก
3. เสริมจุดเด่นหรือแก้จุดบกพร่องของบริเวณที่จัดสวนเพื่อให้เด่นยิ่งขึ้น ตรงนี้แหละที่เป็นปัญหา ช่างเสริมสวยที่มีฝีมือมากน้อยต่างกันก็อยู่ตรงนี้ นักจัดสวนสมัครเล่นจำนวนไม่น้อยมักจะพลาดท่าตรงนี้ คือไปใส่หูดใส่สิวให้แก่ใบหน้าที่ล้างสะอาดพร้อมแต่ง เพราะคิดว่ามันจะดูดีขึ้น ช่างเสริมสวยที่เก่ง เขาแต่งจุดสำคัญๆเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อให้หน้านั้นงามไปตามลักษณะเค้าหน้าเดิมของแต่ละคน

ดังนั้น ถ้าใบหน้าที่เรียบสะอาดคือใบหน้าที่สวย และใบหน้าที่เลอะเทอะคือใบหน้าที่น่าเกลียดฉันใด สวนที่เรียบสะอาดก็ควรจะต้องสวยกว่าสวนรกเป็นแน่

การออกแบบภูมิทัศน์ให้สวยงามและเหมาะสมกับสถานที่

การปรับปรุงภูมิทัศน์ คือการสร้างพื้นที่พื้นที่ใช้สอยสวยงามและสะดวกสบาย ซึ่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมและธรรมชาติเติมเต็มซึ่งกันและกัน เป็นการสร้างพื้นที่ให้เพียงพอที่สวยงามและสะดวกสบาย เพื่อตอบสนองความต้องการด้านความงามโดยจะต้องมีสไตล์ สำหรับการออกแบบภูมิทัศน์จะต้องคำนึงถึงที่ตั้งของสถานที่ในพื้นที่อาคารและการทำงานในสถานที่ใกล้เคียงดังนั้นโครงการรวบรวม competently จะให้มีทัศนียภาพที่สวยงามมองเห็นจากหน้าต่างของห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนเป็นต้น และจะต้องคำนึงถึงการประหยัดพลังงาน อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถประหยัดให้แก่เจ้าของโครงการได้เป็นอย่างดี นอกจากการประหยัดพลังงาน การออกแบบภูมิทัศน์ที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม ยังส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น นกและแมลงที่มาอาศัยอยู่ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและสะอาดขึ้น โดยการปรับปรุงคุณภาพของน้ำและอากาศ ต้นไม้ดูดซับและกรองควัน
หลักการออกแบบภูมิทัศน์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมประกอบด้วย
– การปกป้องและส่งเสริมการใช้พืชท้องถิ่น มีความสำคัญในการรักษาคุณภาพของสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น พันธุ์พืชที่หายากและใกล้สูญพันธุ์
– ใช้พันธุ์ไม้แปลกถิ่น เฉพาะเมื่อพันธุ์ไม้เหล่านั้น สามารถอยู่ร่วมกับ สภาพแวดล้อมส่วนท้องถิ่นได้
– ใช้การออกแบบภูมิทัศน์ เพื่อเป็นสิ่งปกป้องอาคาร และพื้นที่ว่างภายนอกอาคาร จากสภาพภูมิอากาศ
– ใช้สภาพภูมิประเทศเดิมของพื้นที่เป็นระบบระบายน้ำธรรมชาติ ซึ่งเมื่อใช้ร่วมกับวัสดุปูผิวที่มีรูพรุน จะสามารถเสริมงานออกแบบชุมชน ที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อมได้ดี
– ใช้การออกแบบภูมิทัศน์ที่ช่วยประหยัดน้ำและอนุรักษ์แหล่งน้ำได้
– ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เพื่อช่วยลดกากของเสีย และลดการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นผลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
จะเห็นได้ว่าต้นไม้ทำหน้าที่เป็นระบบปรับอากาศของโลก ให้ร่มเงาที่เย็นสบายและดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปรากฏการณ์เรือนกระจก ดังนั้นการนำต้นไม้มาช่วยในการปรับปรุงภูมิทัศน์ จึงเป็นผลดีต่อสิ่งมีชีวิตอีกด้วย ดังนั้น การจัดภูมิทัศน์ให้น่าอยู่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเราได้เป็นอย่างดี การดูแลรักษาและพัฒนาพื้นที่สาธารณะ ให้เกิดการใช้งานอย่างคุ้มค่าที่สุดนั้นจะต้องมี การวางแผนพัฒนาพื้นที่และการจัดระบบผังเมืองที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพและเกิดผลก็จะทำให้สังคมน่าอยู่ยิ่งขึ้น